คู่มือฉบับเริ่มต้น · เวอร์ชัน 1.0

คู่มือซื้อ–ขายบ้านและคอนโด ฉบับเริ่มต้น

คู่มือนี้จัดทำเพื่อช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายเห็นภาพรวม เข้าใจคำศัพท์ และเตรียมตัวก่อนทำธุรกรรมจริง ตั้งแต่การเตรียมเอกสาร ค่าใช้จ่าย ภาษี ไปจนถึงวันโอนกรรมสิทธิ์

เริ่มต้น: คุณกำลังทำอะไร?

เลือกเส้นทางที่ตรงกับคุณมากที่สุด แล้วเนื้อหาจะแสดงเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตข้อมูล: 29 กรกฎาคม 2569 · เนื้อหาเป็นข้อมูลพื้นฐานเพื่อการเตรียมตัว ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะกรณี

กำลังแสดงเนื้อหาสำหรับผู้ซื้อ

ไม่พบหัวข้อที่ตรงกับคำค้นหา

ลองใช้คำสั้นลง เช่น “ค่าโอน” “จำนอง” “เงินจอง” หรือ “ปลอดหนี้”

เส้นทางผู้ซื้อ

สรุปสำหรับผู้ซื้อ: เตรียมงบและตรวจทรัพย์

สองเรื่องที่ต้องทำให้เสร็จก่อนจ่ายเงินก้อนแรก คือ วางงบให้ครบทุกส่วน และตรวจทรัพย์ให้แน่ใจ

1. ก่อนเริ่มหาบ้าน ให้กำหนดงบประมาณจริง

ราคาบ้านไม่ใช่เงินทั้งหมดที่ผู้ซื้อต้องเตรียม ควรแบ่งงบออกเป็น 4 ส่วน

1เงินจองและเงินทำสัญญา

จ่ายเพื่อยืนยันการซื้อ ตามเงื่อนไขที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกัน

2เงินดาวน์หรือส่วนต่างวงเงินกู้

หากธนาคารให้วงเงินต่ำกว่าราคาซื้อ ผู้ซื้อต้องชำระส่วนต่างเอง

3ค่าใช้จ่ายวันโอน

เช่น ส่วนแบ่งค่าโอน ค่าจดจำนอง ค่าธนาคาร และค่าใช้จ่ายอื่นตามข้อตกลง

4เงินสำรองหลังรับบ้าน

เช่น ซ่อมแซม เฟอร์นิเจอร์ ค่าส่วนกลาง ค่าประกัน และค่าย้ายเข้า

ข้อควรระวังอย่าคำนวณจากคำว่า “ผ่อนต่อเดือนไหว” เพียงอย่างเดียว ต้องเหลือเงินสำรองสำหรับเหตุฉุกเฉินและค่าใช้จ่ายหลังรับบ้านด้วย

2. ตรวจสอบทรัพย์ก่อนวางเงิน

ก่อนจ่ายเงินจองหรือเงินมัดจำ ควรตรวจอย่างน้อยดังนี้

  • ชื่อผู้ขายตรงกับเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือไม่
  • เอกสารสิทธิเป็นโฉนด หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือเอกสารประเภทใด
  • มีภาระจำนอง อายัด ข้อจำกัด หรือสิทธิของบุคคลอื่นหรือไม่
  • เนื้อที่ เลขที่ดิน เลขห้อง และตำแหน่งทรัพย์ตรงกับที่เสนอขายหรือไม่
  • ทางเข้าออกใช้งานได้โดยชอบหรือไม่
  • บ้านมีผู้เช่า ผู้อยู่อาศัย หรือข้อพิพาทค้างอยู่หรือไม่
  • คอนโดมีหนี้ค่าส่วนกลางหรือไม่
  • สิ่งปลูกสร้างต่อเติมตรงกับข้อมูลและกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพียงใด
  • สภาพบ้าน ระบบไฟ น้ำ หลังคา โครงสร้าง และจุดรั่วซึมเป็นอย่างไร

ข้อควรระวังเงินจองจำนวนไม่มากก็ยังต้องมีหลักฐาน อย่าโอนเงินโดยอาศัยเพียงข้อความแชตหรือคำพูด

เส้นทางผู้ซื้อ

เส้นทางการซื้อแบบย่อ 7 ขั้นตอน

ลำดับนี้เป็นภาพรวม ระยะเวลาจริงขึ้นกับธนาคาร ผู้ขาย และสำนักงานที่ดิน

  1. เลือกทรัพย์และตรวจข้อมูลเบื้องต้น

    ดูทำเล ราคา สภาพทรัพย์ เอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน และค่าใช้จ่ายหลังซื้อ

  2. ตกลงราคาและเงื่อนไข

    ตกลงให้ชัดว่าใครรับผิดชอบค่าโอน ภาษี ค่าจดจำนอง ค่าส่วนกลาง ค่าซ่อม และวันส่งมอบ

  3. วางเงินจองหรือทำสัญญา

    เอกสารควรระบุ:

    • รายละเอียดทรัพย์
    • ราคาซื้อขาย
    • เงินที่ชำระแล้วและยอดคงเหลือ
    • กำหนดวันโอน
    • เงื่อนไขกรณีกู้ไม่ผ่าน
    • ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ
    • เงื่อนไขผิดสัญญาและคืนเงิน
    • สิ่งของหรือเฟอร์นิเจอร์ที่รวมในการขาย
  4. ยื่นกู้และประเมินราคา

    กรณีกู้ธนาคาร ผู้ซื้อควรยื่นเอกสารโดยเร็ว ธนาคารจะตรวจคุณสมบัติ รายได้ เครดิต และประเมินหลักประกัน วงเงินอนุมัติอาจต่ำกว่าราคาซื้อขาย

  5. ตรวจรับและเตรียมวันโอน

    ตรวจสภาพบ้านอีกครั้ง บันทึกเลขมิเตอร์ ตรวจรายการของที่ตกลงกัน และขอยอดค่าใช้จ่ายโดยประมาณล่วงหน้า

  6. โอนกรรมสิทธิ์

    ผู้ซื้อ ผู้ขาย หรือผู้รับมอบอำนาจไปยังสำนักงานที่ดินที่ทรัพย์ตั้งอยู่ เพื่อลงนาม ชำระค่าธรรมเนียมและภาษี และรับเอกสารหลังจดทะเบียน

  7. รับมอบและเปลี่ยนชื่อผู้ใช้บริการ

    รับกุญแจ รีโมต บัตรเข้าออก เอกสารประกัน คู่มืออุปกรณ์ และดำเนินการเรื่องไฟฟ้า น้ำประปา นิติบุคคล และที่อยู่ตามความจำเป็น

เส้นทางผู้ซื้อ

เอกสารของผู้ซื้อ

แบ่งเป็นเอกสารสำหรับวันโอน และเอกสารสำหรับยื่นกู้

เอกสารพื้นฐานสำหรับวันโอน

  • บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
  • ทะเบียนบ้าน
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ถ้ามี
  • ทะเบียนสมรส ใบหย่า หรือหลักฐานสถานภาพที่เกี่ยวข้อง
  • หนังสือยินยอมของคู่สมรส หากเจ้าหน้าที่หรือกรณีธุรกรรมกำหนด
  • หนังสือมอบอำนาจและเอกสารผู้รับมอบอำนาจ หากไม่ได้ไปด้วยตนเอง
  • หลักฐานการชำระเงินตามที่ตกลง

เอกสารยื่นกู้ที่มักพบ

เอกสารจริงแตกต่างตามธนาคารและอาชีพ โดยทั่วไปอาจมี:

  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
  • หนังสือรับรองเงินเดือนหรือหลักฐานรายได้
  • สลิปเงินเดือน
  • รายการเดินบัญชีย้อนหลัง
  • เอกสารภาษี
  • เอกสารกิจการสำหรับเจ้าของธุรกิจ
  • สัญญาจะซื้อจะขายหรือหลักฐานการจอง
  • เอกสารของทรัพย์ที่ธนาคารร้องขอ

คำแนะนำขอรายการเอกสารจากธนาคารโดยตรง เพราะพนักงานประจำ เจ้าของกิจการ ฟรีแลนซ์ และผู้มีรายได้หลายทางใช้หลักฐานไม่เหมือนกัน

เส้นทางผู้ซื้อ

ค่าใช้จ่ายที่ผู้ซื้อควรรู้

ตัวเลขด้านล่างเป็นอัตราปกติโดยทั่วไป ยอดจริงขึ้นกับราคาประเมิน เงื่อนไข และมาตรการที่ใช้อยู่ในขณะนั้น

ค่าโอนกรรมสิทธิ์

อัตราปกติโดยทั่วไปคือ 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ แต่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถตกลงกันได้ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ หรือแบ่งคนละครึ่ง

ค่าจดจำนอง

กรณีกู้และจดจำนองกับธนาคาร อัตราปกติโดยทั่วไปคือ 1% ของวงเงินจำนอง ภายใต้เพดานและเงื่อนไขตามกฎหมาย ผู้ซื้อมักเป็นผู้รับผิดชอบ

ค่าใช้จ่ายของธนาคาร

อาจมีค่าประเมินหลักประกัน ค่าเบี้ยประกัน ค่าตรวจเอกสาร หรือค่าใช้จ่ายอื่นตามผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ควรขอเอกสารสรุปจากธนาคารก่อนตัดสินใจ

ค่าส่วนกลางและเงินกองทุน

คอนโดหรือโครงการจัดสรรอาจมีค่าส่วนกลางค้างชำระ ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า หรือเงินกองทุน ข้อตกลงต้องระบุว่าใครเป็นผู้ชำระและคำนวณถึงวันใด

ข้อควรระวังมาตรการลดค่าธรรมเนียมของรัฐมีช่วงเวลาและเงื่อนไขเฉพาะ อย่านำตัวเลขจากโพสต์เก่ามาใช้โดยไม่ตรวจสอบวันที่และคุณสมบัติของทรัพย์

เส้นทางผู้ซื้อ

เช็กลิสต์ผู้ซื้อ

กดติ๊กได้ ระบบจะจำสถานะไว้ในเครื่องของคุณ และล้างได้ตลอดเวลา

ก่อนลงนามสัญญา

วันโอนสำหรับผู้ซื้อ

เส้นทางผู้ขาย

สรุปสำหรับผู้ขาย: เตรียมข้อมูลก่อนประกาศขาย

ยิ่งข้อมูลทรัพย์ครบตั้งแต่ต้น ยิ่งลดปัญหาในวันตรวจบ้าน วันทำสัญญา และวันโอน

1. ข้อมูลที่ควรรวบรวมก่อนตั้งราคา

  • ประเภททรัพย์และตำแหน่ง
  • เนื้อที่และพื้นที่ใช้สอย
  • เอกสารสิทธิ
  • ชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์
  • ภาระจำนองหรือข้อจำกัด
  • ยอดหนี้คงเหลือกับธนาคาร
  • ค่าส่วนกลางหรือภาษีที่ค้าง
  • รายการเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่รวมในการขาย
  • จุดเด่น จุดที่ต้องซ่อม และประวัติการต่อเติม

การเปิดเผยข้อมูลสำคัญตั้งแต่ต้นช่วยลดปัญหาในวันตรวจบ้าน ทำสัญญา และวันโอน

2. บ้านติดจำนองขายได้หรือไม่

ขายได้ แต่ต้องวางแผนชำระหนี้และปลดจำนองให้สัมพันธ์กับการโอน โดยทั่วไปผู้ขายควร:

  1. ติดต่อธนาคารเพื่อขอยอดปิดบัญชี ณ วันที่คาดว่าจะโอน
  2. แจ้งธนาคารล่วงหน้าเพื่อเตรียมเอกสารและเจ้าหน้าที่
  3. ตกลงวิธีแบ่งชำระเงินให้ชัด ว่าส่วนใดชำระธนาคารและส่วนใดจ่ายผู้ขาย
  4. นัดหมายการไถ่ถอนจำนองและโอนกรรมสิทธิ์ให้ต่อเนื่องกัน

ข้อควรระวังอย่ารับปากวันโอนก่อนตรวจสอบระยะเวลาดำเนินการของธนาคารเดิม

3. สิ่งที่ต้องตกลงกับผู้ซื้อให้ชัด

  • ราคาซื้อขายสุทธิ
  • เงินจองและเงินทำสัญญา
  • วันครบกำหนดโอน
  • กรณีผู้ซื้อกู้ไม่ผ่าน
  • ผู้รับผิดชอบค่าโอน ภาษี และค่าใช้จ่ายอื่น
  • สิ่งของที่ให้ไปกับบ้าน
  • วันย้ายออกและวันส่งมอบ
  • วิธีจัดการหนี้ธนาคารเดิม
  • หนี้ค่าส่วนกลาง ค่าน้ำ ค่าไฟ และภาษีค้าง
  • เงื่อนไขเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิดสัญญา
เส้นทางผู้ขาย

เส้นทางการขายแบบย่อ 6 ขั้นตอน

ลำดับนี้เป็นภาพรวม ระยะเวลาจริงขึ้นกับธนาคารทั้งสองฝั่งและสำนักงานที่ดิน

  1. ตรวจเอกสารและตั้งราคา

    เช็กกรรมสิทธิ์ ภาระหนี้ ราคาตลาด ราคาประเมิน และค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้น

  2. ตกลงราคาและรับจอง

    ออกหลักฐานรับเงินทุกครั้ง ระบุรายละเอียดทรัพย์ จำนวนเงิน วันที่ และเงื่อนไขคืนหรือริบเงินอย่างชัดเจน

  3. ทำสัญญาจะซื้อจะขาย

    สัญญาควรระบุราคาขาย ยอดชำระ กำหนดวันโอน ภาระจำนอง ค่าใช้จ่าย เงื่อนไขกู้ และการส่งมอบ

  4. เตรียมเอกสารและคำนวณภาษี

    ตรวจสถานภาพสมรส ระยะเวลาถือครอง ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่มาของทรัพย์ ราคาประเมิน และเงื่อนไขที่มีผลต่อภาษี

  5. ปิดจำนองและโอนกรรมสิทธิ์

    กรณีมีธนาคารเกี่ยวข้อง ต้องประสานผู้ซื้อ ธนาคารผู้ซื้อ ธนาคารผู้ขาย และสำนักงานที่ดินให้ตรงกัน

  6. ส่งมอบทรัพย์

    เคลียร์บุคคลและทรัพย์สินส่วนตัว ส่งมอบกุญแจ เอกสาร อุปกรณ์ และบันทึกเลขมิเตอร์

เส้นทางผู้ขาย

เอกสารของผู้ขาย

เอกสารที่ใช้จริงขึ้นกับประเภททรัพย์และสถานะของเจ้าของ โดยทั่วไปควรเตรียม:

  • บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง
  • ทะเบียนบ้าน
  • โฉนดที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดฉบับจริง
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล ถ้ามี
  • ทะเบียนสมรส ใบหย่า หรือใบมรณบัตรของคู่สมรส ตามกรณี
  • หนังสือยินยอมคู่สมรส หากเกี่ยวข้อง
  • หนังสือมอบอำนาจ หากไม่ได้ไปด้วยตนเอง
  • หนังสือรับรองยอดหนี้และเอกสารจากธนาคาร กรณีติดจำนอง
  • หนังสือรับรองการปลอดหนี้จากนิติบุคคลอาคารชุด กรณีขายห้องชุด
  • เอกสารภาษีหรือเอกสารเกี่ยวกับการได้มาของทรัพย์ที่เจ้าหน้าที่ร้องขอ

คำแนะนำเอกสารสำเนาควรลงลายมือชื่อรับรองตามวัตถุประสงค์ และหนังสือมอบอำนาจต้องใช้แบบที่เหมาะกับที่ดินหรือห้องชุด

เส้นทางผู้ขาย

ภาษีและค่าใช้จ่ายหลักของผู้ขาย

อัตราด้านล่างเป็นอัตราปกติตามหลักเกณฑ์ทั่วไป ยอดจริงขึ้นกับข้อเท็จจริงของแต่ละเคส

ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

ผู้ขายที่เป็นบุคคลธรรมดามีภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ณ สำนักงานที่ดิน การคำนวณไม่ได้ใช้เปอร์เซ็นต์เดียวกับราคาขาย แต่พิจารณาราคาประเมิน จำนวนปีที่ถือครอง วิธีได้มาของทรัพย์ และหลักเกณฑ์ภาษีที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นตัวเลขของผู้ขายแต่ละรายอาจต่างกัน แม้ขายทรัพย์ราคาเท่ากัน

ภาษีธุรกิจเฉพาะ

หากการขายเข้าเกณฑ์ ภาษีธุรกิจเฉพาะใช้อัตรา 3% และมีภาษีท้องถิ่นอีก 10% ของภาษีธุรกิจเฉพาะ ทำให้ภาระรวมโดยทั่วไปเท่ากับ 3.3% ของฐานที่กฎหมายกำหนด

การถือครองเกิน 5 ปี หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด อาจเกี่ยวข้องกับข้อยกเว้น แต่ต้องตรวจข้อเท็จจริงของแต่ละเคส ไม่ควรสรุปจากจำนวนปีเพียงอย่างเดียว

อากรแสตมป์

โดยทั่วไป อากรแสตมป์สำหรับใบรับจากการขายอสังหาริมทรัพย์คิดในอัตรา 0.5% ของฐานที่กฎหมายกำหนด และมักใช้ในกรณีที่ไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ผู้ขายไม่เสียทั้งสองรายการพร้อมกันสำหรับฐานเดียวกันตามหลักเกณฑ์ทั่วไป

ค่าโอนกรรมสิทธิ์

อัตราปกติโดยทั่วไปคือ 2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์ ส่วนผู้ซื้อหรือผู้ขายจะจ่ายเท่าใดขึ้นกับข้อตกลง

ค่านายหน้าและค่าใช้จ่ายอื่น

หากมีนายหน้า ควรระบุอัตรา เงื่อนไขการได้รับค่าตอบแทน วันที่ชำระ และผู้รับผิดชอบค่าโฆษณาหรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้ชัดเจน

เส้นทางผู้ขาย

เช็กลิสต์ผู้ขาย

กดติ๊กได้ ระบบจะจำสถานะไว้ในเครื่องของคุณ และล้างได้ตลอดเวลา

ก่อนรับเงินจอง

วันโอนสำหรับผู้ขาย

ข้อมูลร่วม ผู้ซื้อและผู้ขาย

ค่าใช้จ่าย: ใครเป็นคนจ่าย?

ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกรายการ เพราะหลายค่าใช้จ่ายสามารถตกลงกันได้ แต่แนวทางที่มักพบคือ:

แนวทางที่มักพบ ไม่ใช่ข้อบังคับ ทุกรายการควรเขียนไว้ในสัญญา
รายการผู้รับผิดชอบที่มักพบหมายเหตุ
ค่าโอนกรรมสิทธิ์แบ่งคนละครึ่ง หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเขียนในสัญญา
ค่าจดจำนองผู้ซื้อเกิดเมื่อกู้และจดจำนอง
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายผู้ขายคำนวณตามข้อมูลผู้ขายและทรัพย์
ภาษีธุรกิจเฉพาะผู้ขายเมื่อเข้าเกณฑ์
อากรแสตมป์ผู้ขายโดยทั่วไปใช้เมื่อไม่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะ
ค่าประเมินและค่าใช้จ่ายสินเชื่อผู้ซื้อตรวจอัตรากับธนาคาร
ค่านายหน้าผู้ว่าจ้างตามข้อตกลงควรมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร
ค่าส่วนกลางค้างเดิมผู้ขายต้องเคลียร์ก่อนโอนห้องชุด

ข้อควรระวังคำว่า “คนละครึ่ง” ต้องระบุว่าแบ่งเฉพาะค่าโอน หรือรวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นด้วย เพื่อป้องกันการเข้าใจไม่ตรงกัน

ข้อมูลร่วม ผู้ซื้อและผู้ขาย

คำศัพท์ที่ควรรู้

คำที่มักได้ยินในใบจอง สัญญา และที่สำนักงานที่ดิน

ราคาซื้อขาย
ราคาที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงกัน
ราคาประเมินทุนทรัพย์
มูลค่าที่หน่วยงานรัฐใช้เป็นฐานสำหรับการคำนวณบางรายการ ไม่จำเป็นต้องเท่ากับราคาตลาดหรือราคาที่ธนาคารประเมิน
เงินจอง
เงินยืนยันความสนใจซื้อ ต้องมีเงื่อนไขชัดเจนว่าจะคืนหรือริบเมื่อใด
เงินมัดจำ
เงินที่เกี่ยวข้องกับการประกันการปฏิบัติตามสัญญา ผลทางกฎหมายขึ้นกับข้อความและข้อเท็จจริงในสัญญา
สัญญาจะซื้อจะขาย
ข้อตกลงว่าคู่สัญญาจะไปจดทะเบียนซื้อขายในอนาคตตามเงื่อนไขที่กำหนด
จำนอง
การนำทรัพย์เป็นประกันหนี้ โดยกรรมสิทธิ์ยังอยู่กับเจ้าของจนกว่าจะมีการบังคับตามกฎหมาย
ไถ่ถอนจำนอง
การจดทะเบียนปลดภาระจำนองเมื่อชำระหนี้หรือดำเนินการตามเงื่อนไขแล้ว
หนังสือปลอดหนี้
เอกสารจากนิติบุคคลอาคารชุดยืนยันว่าไม่มีหนี้ค่าส่วนกลางตามที่กฎหมายและนิติบุคคลกำหนด
วันโอน
วันที่คู่สัญญาจดทะเบียนเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ต่อสำนักงานที่ดิน ไม่ใช่เพียงวันที่ส่งกุญแจหรือชำระเงิน
ข้อมูลร่วม ผู้ซื้อและผู้ขาย

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่ผู้ซื้อและผู้ขายถามมากที่สุดก่อนวางเงินและก่อนวันโอน

จ่ายเงินจองแล้วกู้ไม่ผ่าน ได้เงินคืนหรือไม่?

ขึ้นกับข้อความในใบจองและสัญญา ต้องระบุเงื่อนไขกู้ไม่ผ่าน หลักฐานที่ต้องใช้ และกำหนดเวลาคืนเงินให้ชัดก่อนจ่าย

บ้านติดจำนองขายได้หรือไม่?

ขายได้ โดยต้องประสานธนาคารเพื่อขอยอดปิดบัญชีและจัดการไถ่ถอนจำนองในวันโอนหรือวิธีที่ตกลงอย่างถูกต้อง

ผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องไปสำนักงานที่ดินพร้อมกันหรือไม่?

โดยทั่วไปคู่สัญญาหรือผู้รับมอบอำนาจต้องดำเนินการตามขั้นตอน เจ้าหน้าที่อาจขอเอกสารเพิ่มเติมตามกรณี การมอบอำนาจต้องใช้แบบและข้อความที่ถูกต้อง

ค่าโอนต้องแบ่งคนละครึ่งเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอ เป็นเรื่องที่คู่สัญญาตกลงกันได้ แต่ควรระบุให้ชัดในใบจองและสัญญา

ทำไมภาษีของผู้ขายแต่ละคนไม่เท่ากัน?

เพราะขึ้นกับราคาประเมิน ระยะเวลาถือครอง วิธีได้มาของทรัพย์ ทะเบียนบ้าน สถานภาพของผู้ขาย และหลักเกณฑ์ภาษีที่เกี่ยวข้อง

ซื้อบ้านเงินสดต้องตรวจเครดิตหรือยื่นกู้หรือไม่?

ไม่ต้องยื่นกู้ แต่ยังต้องตรวจกรรมสิทธิ์ ภาระผูกพัน สภาพทรัพย์ สัญญา ภาษี และวิธีชำระเงินให้ปลอดภัย

ซื้อคอนโดต้องขอหนังสือปลอดหนี้หรือไม่?

การโอนห้องชุดมีเอกสารจากนิติบุคคลอาคารชุดที่เกี่ยวข้อง ผู้ขายควรประสานนิติบุคคลล่วงหน้าและเคลียร์หนี้ตามหลักเกณฑ์

ควรตรวจบ้านเมื่อใด?

ควรตรวจก่อนทำสัญญาหรือก่อนชำระเงินก้อนสำคัญ และตรวจซ้ำก่อนวันโอนหรือวันรับมอบ

ใช้ราคาประเมินของธนาคารแทนราคาประเมินกรมที่ดินได้หรือไม่?

ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ราคาประเมินธนาคารใช้ประกอบการพิจารณาหลักประกัน ส่วนราคาประเมินทุนทรัพย์ของรัฐใช้กับการจดทะเบียนและการคำนวณบางรายการ

ต้องเก็บเอกสารอะไรหลังโอน?

ควรเก็บสัญญาซื้อขาย ใบเสร็จ เอกสารสินเชื่อ สำเนาเอกสารสิทธิ หลักฐานชำระเงิน รายการส่งมอบ และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้เป็นระบบ

ข้อมูลร่วม ผู้ซื้อและผู้ขาย

ก่อนตัดสินใจ ให้ถาม 8 ข้อนี้

ถามให้ครบก่อนวางเงินหรือลงนาม ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายซื้อหรือฝ่ายขาย

  1. ใครคือเจ้าของกรรมสิทธิ์ตัวจริง?
  2. ทรัพย์มีภาระจำนอง อายัด หรือข้อพิพาทหรือไม่?
  3. ราคาสุดท้ายรวมและไม่รวมอะไรบ้าง?
  4. ใครจ่ายค่าโอน ภาษี และค่าใช้จ่ายแต่ละรายการ?
  5. ถ้ากู้ไม่ผ่าน เงินที่จ่ายไปจะเป็นอย่างไร?
  6. วันโอนและวันส่งมอบเป็นวันเดียวกันหรือไม่?
  7. บ้านหรือห้องมีหนี้ค้างและผู้พักอาศัยอยู่หรือไม่?
  8. ทุกข้อตกลงสำคัญถูกเขียนไว้ในเอกสารแล้วหรือยัง?
ข้อมูลร่วม ผู้ซื้อและผู้ขาย

ต้องการให้ช่วยดูเคสเบื้องต้น

เตรียมข้อมูลต่อไปนี้เพื่อให้ประเมินได้รวดเร็วขึ้น

  • คุณเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขาย
  • ประเภททรัพย์และจังหวัด
  • ราคาซื้อขายโดยประมาณ
  • ซื้อเงินสดหรือกู้ธนาคาร
  • ทรัพย์ติดจำนองหรือไม่
  • ผู้ขายถือครองมานานเท่าใด
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือไม่
  • สถานะปัจจุบัน: กำลังดูบ้าน / ตกลงราคาแล้ว / จองแล้ว / กำลังกู้ / รอโอน

การประเมินเบื้องต้นช่วยให้เห็นภาพ แต่ยอดภาษี ค่าธรรมเนียม และเอกสารสุดท้ายต้องยืนยันกับหน่วยงานและผู้เกี่ยวข้องอีกครั้ง

ตรวจสอบข้อมูลล่าสุด

แหล่งข้อมูลทางการสำหรับตรวจสอบล่าสุด

ก่อนลงนามหรือชำระเงิน ควรตรวจยอดและเงื่อนไขล่าสุดจากหน่วยงานโดยตรง

ข้อจำกัดความรับผิดชอบ

คู่มือนี้จัดทำเพื่อช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายเห็นภาพรวม เข้าใจคำศัพท์ และเตรียมตัวก่อนทำธุรกรรมจริง ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมาย ภาษี หรือสินเชื่อเฉพาะกรณี อัตราค่าธรรมเนียมและมาตรการรัฐอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบยอดจริงกับสำนักงานที่ดิน ธนาคาร กรมสรรพากร หรือนักวิชาชีพก่อนลงนามหรือชำระเงิน